ประวัติกรมการปกครอง

ประวัติความเป็นมา

กรมการปกครอง

กระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงหนึ่งที่จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2435มีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเป็นเสนาบดีรับผิดชอบงานมหาดไทยหรืองานการปกครองประเทศและได้มีการแบ่งหน้าที่ระหว่างกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงกลาโหมให้ชัดเจนไม่ซ้ำซ้อนกันโดยให้กระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบรวมการบังคับบัญชาหัวเมืองทั้งหมดเพียงกระทรวงเดียว

          กระทรวงมหาดไทยเมื่อแรกตั้งแบ่งออกเป็น 3 กรม มีชื่อเรียกตามทำเนียบเดิมแต่ให้มีหน้าที่ต่างกัน คือ

               •กรมมหาดไทยกลางเป็นพนักงานทำการทุกอย่าง ซึ่งมิให้แยกออกไปเป็นหน้าที่กรมอื่น

              •กรมมหาดไทยฝ่ายเหนือให้เป็นเจ้าหน้าที่แผนกการปราบปรามโจรผู้ร้ายกับแผนกอัยการรวมทั้งการเกี่ยวข้องกับชาวต่างประเทศ (แต่ภายหลังโอนการที่เกี่ยวกับต่างประเทศไปเป็นหน้าที่ปลัดทูลฉลอง)

              •กรมมหาดไทยฝ่ายพลำภังให้เป็นเจ้าหน้าที่แผนกปกครองท้องที่

         สำหรับการปกครองในส่วนภูมิภาคได้ กำหนดรูปแบบการปกครองที่เรียกว่า "เทศาภิบาล" ขึ้นมาใช้และได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รับผิดชอบดูแลโดยจัดแบ่งหัวเมืองออกเป็นมณฑล เมืองและอำเภอโดยมีสมุหเทศาภิบาล ผู้ว่าราชการเมืองและนายอำเภอเป็นผู้ปกครองบังคับบัญชาข้าราชการและดูแลทุกข์สุขของประชาชนในเขตท้องที่นั้น ๆ และมีกำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ช่วยเหลือปฏิบัติงานในระดับตำบลและหมู่บ้าน  กรมมหาดไทยฝ่ายพลำภังจึงเป็นต้นกำเนิดของกรมการปกครองซึ่งได้มีการเปลี่ยนชื่อและปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการภายในมาเป็นลำดับ ดังนี้

        •พ.ศ. 2458กรมพลำภัง มีส่วนราชการย่อย คือกรมปกครองและกรมฝ่ายเหนือ

        •พ.ศ. 2459 กรมพลำภังมีส่วนราชการย่อย คือกรมปกครองท้องที่และกรมการเมือง

        •พ.ศ. 2460กรมปกครองมีส่วนราชการ2แผนกคือแผนกปกครองท้องที่และแผนกการเมือง

        •พ.ศ. 2466กรมพลำภัง มีส่วนราชการย่อย คือกรมปกครอง และกรมการเมือง

        •พ.ศ. 2467กรมพลำภัง มีส่วนราชการย่อย คือ การภายในกรมภายนอก และกรมทะเบียน

        •พ.ศ. 2469กรมพลำภัง มีส่วนราชการย่อย คือ กรมปกครอง กรมทะเบียนและกรมราชทัณฑ์

          หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบ ประชาธิปไตยแล้วในปี พ.ศ. 2476   กรมพลำภังได้เปลี่ยนชื่อเป็นกรมมหาดไทยต่อมาในปี พ.ศ. 2505 จึงเปลี่ยนมาใช้ชื่อ "กรมการปกครอง" จนถึงปัจจุบัน 

สำนักการสอบสวนและนิติการ

        ปี พ.ศ. 2500 จัดตั้งเป็น "กองสอบสวนและนิติการ" ผู้บริหารสูงสุด ดำรงตำแหน่ง "หัวหน้ากองการสอบสวนและนิติการ"

        ปี พ.ศ. 2521 ตั้ง "ฝ่ายวิทยุสื่อสาร" ในกองการสอบสวนและนิติการ

        ปี พ.ศ. 2522 เปลี่ยนชื่อเรียกผู้บริหารสูงสุดจาก "หัวหน้ากองการสอบสวนและนิติการ" เป็น "ผู้อำนวยการกองการสอบสวนและนิติการ"

        ปี พ.ศ. 2535 แยกฝ่ายวิทยุสื่อสารออกไปจากกองการสอบสวนและนิติการ ไปจัดตั้งเป็นกองภายใน ชื่อ กองการสื่อสาร

        ปี พ.ศ. 2536 จึงได้จัดตั้งเป็นกองการสื่อสาร

        ปี พ.ศ. 2545 ยกฐานะจาก "กองสอบสวนและนิติการ" เป็น "สำนักการสอบสวนและนิติการ" ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2545 และเปลี่ยนชื่อเรียกผู้บริหารสูงสุด เป็น "ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ"

อำนาจหน้าที่

1. อำนาจหน้าที่ตามโครงสร้าง

    1.1 ตามกฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2545 ข้อ 3(7) สำนักการสอบสวนและนิติการ มีอำนาจหน้าที่
         (ก) ดำเนินการเกี่ยวกับงานกฎหมาย งานนิติกรรม และสัญญา งานเกี่ยวกับความรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา งานคดีปกครอง และงานคดีอื่นที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรม รวมทั้งการให้ คำปรึกษา วินิจฉัย และตีความข้อกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรม
         (ข) ดำเนินการเกี่ยวกับการสอบสวนคดีอาญาบางประเภท และคดีอาญาทั่วไปการอำนวยการและประสานงานด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย การปราบปรามอาชญากรรมรวมถึงการอำนวยความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนในความรับผิดชอบของนายอำเภอ
         (ค) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

    1.2 ตามกฎหมายอื่น
         กฎหมายที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักการสอบสวนและนิติการมีจำนวนทั้งสิ้น 28 ฉบับ ดังนี้
         1) พ.ร.บ.ควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ. 2474
         2) พ.ร.บ.ภาพยนต์ พ.ศ. 2473
         3) พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พ.ศ. 2477
         4) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พ.ศ. 2477
         5) พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478
         6) พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด พ.ศ. 2480
         7) พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ. 2484
         8) พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487
         9) พ.ร.บ.ให้อำนาจทหารเรื่อปราบปรามกาารกระทำผิดบางอย่างทะเล พ.ศ. 2490
         10) พ.ร.บ.เพิ่มอำนาจตำรวจในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางน้ำ พ.ศ. 2496
         11) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499
         12) พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502
         13) พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ. 2509
         14) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522
         15) พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาพิจารณาใหม่  พ.ศ. 2526
         16) พ.ร.บ.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527
         17) พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตปิโตรเลี่ยมในทะเล พ.ศ. 2530
         18) พ.ร.บ.ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. 2530
         19) พ.ร.บ.การเล่นแชร์ พ.ศ. 2534
         20) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534
         21) พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นโจรสลัด พ.ศ. 2534
         22) พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534
         23) พ.ร.บ.มาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้าหญิงและเด็ก พ.ศ. 2540
         24) พ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2541
         25) พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กแห่งชาติ พ.ศ. 2545
         26) พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547
         27) ปว. ฉบับที่ 45 (จำกัดเวลาสำหรับการเล่นและการจำหน่ายในสถานเล่นโบว์ลิ่ง สถานเล่นสเก็ต ร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม)
         28) ป.พ.พ. บรรพ 3 ลักษณะ 2 ส่วนที่ 2 - 3 สมาคม - มูลนิธ

2. ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

    2.1 ผู้มีอิทธิพล
          รัฐบาลมีนโยบายในการปราบปรามเพื่อขจัดผู้มีอิทธิพลที่สร้างความเดือดร้อนกดขี่ข่มเหงประชาชนให้หมดสิ้นไป จึงมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครองประสานความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินงาน โดยยึดหลักพื้นทีรับผิดชอบ (Area Approach) และมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บริหารจัดการในเชิงบูรณาการ (CEO) และผู็บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเป็นหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ใช้กระบวนการประชาคมชุมชน/หมู่บ้านในพื้นที่ ร่วมแสดงความคิดเห็นและจัดทำบัญชีรายชื่อกลุ่มบุคคลเป้าหมายหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อย่างละเอียดรอบคอบ ถูกต้อง และเป็นธรรม

    2.2 ภารกิจตามกฎหมาย 6 ฉบับ
          คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2547 ให้กองทะเบียน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โอนภารกิจตามกฎหมาย 6 ฉบับ ที่อยู่ในความรับผิดชอบมาให้กระทรวงมหาดไทยตามนัยมาตรา 56 แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้กรมการปกครอง เป็นหน่วยดำเนินงานตามกฎหมาย ดังต่อไปนี้
          1) พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490
          2) พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478
          3) พ.ร.บ.ควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ. 2474
          4) พ.ร.บ.ควบคุมการเรียไร พ.ศ. 2487
          5) พ.ร.บ.โรงรับจำนำ พ.ศ. 2505
          6) พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547
​          สำนักการสอบสวนและนิติการได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยดำเนินการ จึงได้จัดตั้งศูนย์บริการประชาชน กรมการปกครอง (วังไชยา) เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2548 เพื่อรองรับภารกิจดังกล่าว โดยให้บริการประชาชนในลักษณะ One Stop Service

ส่วคดีและละเมิด

ส่วนคดีและละเมิดเป็นส่วนที่แยกออกจากส่วนงานนิติการ โดยเมื่อปี พ.ศ. 2562 ร.ต.ท. อาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครองในขณะนั้น ได้มีคำสั่งที่ 1752/2562 เรื่อง การจัดโครงสร้างส่วนราชการและการแบ่งงานภายใน กรมการปกครอง ลงวันที่่ 26 กันยายน 2562 ให้ส่วนคดีและละเมิดมีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการให้คำแนะนำช่วยเหลือในการดำเนินคดีทางแพ่งและคดีอาญาของกรมและหน่วยงานนิติบุคคลสังกัดกรมที่ถูกดำเนินคดี การร่วมดำเนินการทางคดีในณรณีที่่่่่บุคลากรของกรมถูกดำเนินคดีเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่่่่่่่ การดำเนินการทางคดีปกครองที่เกี่ยวข้องกับกรม การดำเนินการเกี่ยวกับพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 และงานอื่นที่่ได้รับมอบหมาย โดยแบ่งโครงสร้างภายในออกเป็น 4 กลุ่มงาน คือ 1. กลุ่มคดี 1 2.กลุ่มคดี 2 3.กลุ่มละเมิด 1 และ 4. กลุ่มละเมิด 2 ซึ่งมีนายสุทธิ ศรีสวัสดิ์ ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการส่วนคดีและละเมิดคนแรก